ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางประชากร ในขณะที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและความต้องการบริการสุขภาพพุ่งสูงขึ้น จำนวนพยาบาลกลับรั่วไหลออกนอกประเทศ ปรากฏการณ์สมองไหลของพยาบาลไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย พยาบาลไทยที่มีทักษะหลายพันคนเลือกไปทำงานในฟินแลนด์ เยอรมนี ซาอุดีอาระเบีย ไปจนถึงญี่ปุ่น เหตุผลง่าย ๆ คือความเป็นอยู่ทางการเงินและความแน่นอนในเส้นทางอาชีพที่ดีกว่าในประเทศมาก
การแข่งขันระดับโลกในการแย่งชิงบุคลากร
ประเทศพัฒนาแล้วที่มีประชากรสูงอายุต่างเร่งรับพยาบาลต่างชาติ ประเทศไทยซึ่งมีมาตรฐานการฝึกอบรมพยาบาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและปรับตัวทางวัฒนธรรมได้ดี กลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ พยาบาลไทยมีชื่อเสียงเรื่องความละเอียดอ่อน สุภาพ และมีทักษะทางคลินิกพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ข้อเสนอเงินเดือนสุทธิที่สูงกว่าโรงพยาบาลรัฐไทยห้าถึงเจ็ดเท่าทำให้ยากจะปฏิเสธ โดยเฉพาะพยาบาลจบใหม่ที่แบกรับหนี้การศึกษา
ข้อมูลจากสภาการพยาบาลและการผดุงครรภ์แห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นแนวโน้มการยื่นขอตรวจเอกสารเพื่อทำงานต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 จำนวนคำขอยืนยันวุฒิเพื่อตลาดแรงงานยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปรากฏการณ์นี้ซ้ำเติมด้วยภาคเอกชนในประเทศที่ไม่สามารถรั้งการไหลออกนี้ได้
แรงกดดันในประเทศ: ภาระงานไม่สมดุล
สำหรับพยาบาลที่เลือกอยู่ต่อ ภาระงานในโรงพยาบาลรัฐนั้นหนักหนาสาหัส มาตรฐานสากลแนะนำอัตราส่วนพยาบาล 1 คนต่อผู้ป่วย 4-5 รายในหอผู้ป่วยสามัญ แต่ในโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดหลายแห่งของไทย พยาบาลหนึ่งคนต้องดูแลผู้ป่วยครั้งละ 10-15 คน สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจอย่างรุนแรง
ผลที่ตามมาคือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย ความผิดพลาดในการให้ยา ความล่าช้าในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน และการสื่อสารเพื่อการรักษาที่น้อยลง ล้วนเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไม่ตก รัฐบาลพยายามรับพยาบาลอัตราจ้างที่มีสถานะยืดหยุ่นขึ้น แต่ยังไม่โดนรากของปัญหาคือค่าจ้างพื้นฐานที่ต่ำ
โดยอ้างอิงจากรายงานอย่างเป็นทางการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เกี่ยวกับแรงงานภาคสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ประเทศไทยต้องสร้างตำแหน่งงานพยาบาลใหม่อย่างน้อย 50,000 อัตราภายในห้าปีข้างหน้าเพื่อให้ถึงอัตราส่วนปลอดภัย แต่กำลังการผลิตพยาบาลของสถาบันการศึกษามีจำกัด รายงานดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ที่ ILO Sectoral Policies and Governance
ทางออกที่ไม่ปกติ
เพื่ออุดรอยรั่ว โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เริ่มนำเข้าพยาบาลจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเป็นมาตรการฉุกเฉิน นี่เป็นก้าวที่ถกเถียงกัน เพราะในขณะเดียวกันพยาบาลไทยกลับเดินทางออกนอกประเทศ หมายความว่าประเทศไทยต้องจ่ายแพงเพื่อนำเข้าทดแทนพร้อมกับสูญเสียบุคลากรที่ดีที่สุด
กลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลกว่าคือการสร้างโครงการ “กลับบ้าน” สำหรับพยาบาลที่เสร็จสิ้นสัญญาในต่างแดน พวกเขาจะกลับมาพร้อมประสบการณ์สากลและค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ การขยายหลักสูตรอาชีวศึกษาพยาบาลในชนบทคือกุญแจสำคัญในการผลิตบุคลากรสุขภาพที่มีสายสัมพันธ์กับชุมชน ลดโอกาสการย้ายถิ่นฐานถาวร
