การเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปี 2026 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรุงเทพฯ เท่านั้น เมืองหลักรองอย่างภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่กำลังมีบทบาทสำคัญในการกระจายรายได้และดึงดูดงานประชุม นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลจากตลาดนานาชาติ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ระบุว่า เมืองเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์เมืองไมซ์ซิตี้ของประเทศ และได้รับการส่งเสริมให้เป็นจุดหมายสำหรับงานสัมมนาขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมเมืองรองจึงเป็นโอกาสใหม่ของตลาดไมซ์ไทย
ภูเก็ต: ไมซ์สายทะเล สุขภาพ และไลฟ์สไตล์หรู
ภูเก็ตเป็นจุดหมายที่ผสมผสานการประชุมธุรกิจกับการพักผ่อนริมทะเลได้อย่างลงตัว โรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่งมีห้องประชุมขนาดใหญ่และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับงานประชุมบริษัท งานเปิดตัวสินค้า และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลจากยุโรป จีน และตะวันออกกลาง ในปี 2026 ภูเก็ตเป็นเจ้าภาพงานประชุมด้านการท่องเที่ยวทางทะเล สุขภาพ และเวลเนสระดับนานาชาติหลายรายการ ดึงผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจกลุ่มกำลังซื้อสูงเข้าพื้นที่
พัทยา: ชายหาดใกล้กรุงกับศูนย์ประชุมขนาดใหญ่
พัทยามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ และสนามบินอู่ตะเภาเพียงไม่นาน ศูนย์ประชุมพีชและโรงแรมประชุมริมชายหาดจำนวนมากรองรับงานสัมมนาและนิทรรศการระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีจากพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC การประชุมและอีเวนต์ธุรกิจในพัทยาจึงมักเชื่อมโยงกับการลงทุนและความร่วมมือทางอุตสาหกรรม
เชียงใหม่: วัฒนธรรมล้านนากับไมซ์สายสุขภาพและดิจิทัล
เชียงใหม่โดดเด่นด้วยบรรยากาศวัฒนธรรมล้านนา เหมาะกับงานประชุมที่ต้องการสร้างประสบการณ์แตกต่าง เช่น การประชุมวิชาการด้านสุขภาพ งานสัมมนาเทคโนโลยีดิจิทัล และงานประชุมขององค์กรไม่แสวงหากำไร ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่และโรงแรมบูติกหลายแห่งรองรับผู้เข้าร่วมได้หลายพันคน การเชื่อมต่อเที่ยวบินตรงจากจีน เกาหลี และอาเซียนทำให้เชียงใหม่เข้าถึงง่ายขึ้นในปี 2026
ความหลากหลายของเมืองไมซ์รองช่วยให้ไทยสามารถดึงดูดงานธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะท้องถิ่นได้มากขึ้น ตรวจสอบข้อมูลเมืองไมซ์และปฏิทินกิจกรรมล่าสุดได้ที่ TAT Newsroom
