อุตสาหกรรมละครไทยเปลี่ยนจากการออกอากาศสู่การผลิตเพื่อผู้ชมทั่วโลก
การผลิตรายการบันเทิงของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ในปี 2569 จากเดิมที่บริษัทผลิตละครมุ่งเน้นการขายผลงานให้สถานีโทรทัศน์ภายในประเทศ ปัจจุบันแพลตฟอร์มสตรีมมิงกลายเป็นอีกช่องทางสำคัญสำหรับการนำเสนอเนื้อหาต่อผู้ชมต่างชาติ
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ผลิตต้องพิจารณามากกว่าความนิยมของนักแสดงหรือช่วงเวลาออกอากาศ เพราะความสำเร็จของซีรีส์ออนไลน์เกี่ยวข้องกับโครงสร้างบท ความน่าสนใจของตัวละคร มาตรฐานภาพและเสียง รวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้ชมที่มีพื้นฐานวัฒนธรรมแตกต่างกัน
บริษัทผลิตรายการไทยซึ่งเคยพึ่งพารายได้จากสถานีโทรทัศน์จึงมีโอกาสพัฒนาผลงานสำหรับตลาดที่กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันกับซีรีส์จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ก็เพิ่มแรงกดดันด้านคุณภาพการผลิต
Netflix Thailand 2026 สะท้อนความต้องการคอนเทนต์ท้องถิ่น
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมคือการประกาศแผนผลิตเนื้อหาไทยของ Netflix ในปี 2569 ซึ่งครอบคลุมซีรีส์ใหม่ 3 เรื่อง ภาพยนตร์ 4 เรื่อง และสารคดีขนาดยาวที่ผลิตในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของแพลตฟอร์ม
ตามข้อมูลจาก Netflix Thailand เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทระบุว่าในปี 2568 สมาชิก Netflix ในประเทศไทยมากกว่า 90% รับชมคอนเทนต์ไทย ขณะที่ผลงานจากประเทศไทยจำนวน 33 เรื่องเคยติดอันดับ Global Top 10 ของแพลตฟอร์ม โดยรวมผลงานต้นฉบับจาก Netflix จำนวน 17 เรื่อง About Netflix+1
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ชมภายในประเทศยังให้ความสำคัญกับเรื่องเล่าท้องถิ่น แม้ว่าจะสามารถเลือกชมเนื้อหาจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก ผู้ผลิตไทยจึงไม่จำเป็นต้องละทิ้งเอกลักษณ์ของประเทศเพื่อสร้างผลงานสำหรับตลาดต่างชาติ
กรณีศึกษา Empress of Flames กับการต่อยอดละครไทย
ผลงานที่น่าสนใจในแผนปี 2569 คือ Empress of Flames ซึ่งนำละครไทยที่เป็นที่รู้จักกลับมาตีความใหม่ โดยมีทีมสร้างสรรค์รุ่นใหม่จาก Kantana เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิต
โครงการลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าจากโทรทัศน์สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลงานสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ โดยอาศัยการพัฒนาบท การออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย และกระบวนการถ่ายทำให้ตอบโจทย์ผู้ชมยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม การนำผลงานเดิมมาสร้างใหม่ต้องคำนึงถึงสิทธิ์ในเนื้อหา ความคาดหวังของผู้ชมเดิม และความจำเป็นในการสร้างมุมมองใหม่ เพื่อไม่ให้การลงทุนกลายเป็นเพียงการผลิตซ้ำโดยไม่มีคุณค่าเพิ่มเติม
บริษัทผลิตคอนเทนต์ไทยต้องปรับกระบวนการทำงานอย่างไร
การผลิตซีรีส์สำหรับแพลตฟอร์มสตรีมมิงจำเป็นต้องมีระบบพัฒนาโครงการที่ชัดเจน ตั้งแต่การเขียนบท การวางงบประมาณ การคัดเลือกนักแสดง ไปจนถึงการวางแผนเผยแพร่และการประชาสัมพันธ์หลังเปิดตัว
นอกจากผู้กำกับและนักแสดงแล้ว บุคลากรด้านเสียง สีภาพ วิชวลเอฟเฟกต์ การจัดการกองถ่าย และการแปลภาษาก็มีความสำคัญมากขึ้น เพราะผลงานหนึ่งเรื่องอาจต้องรองรับผู้ชมหลายประเทศพร้อมกัน
สำหรับสตูดิโอขนาดกลางและขนาดเล็ก การร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศอาจช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงทุนและเทคโนโลยี แต่ผู้ประกอบการต้องประเมินเงื่อนไขสัญญา โดยเฉพาะสิทธิ์ในการนำผลงานไปจัดจำหน่ายต่อและรายได้จากการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา
โอกาสของคอนเทนต์ไทยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ยอดรับชม
ความนิยมของซีรีส์ยังสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้านอื่น เช่น การท่องเที่ยว แฟชั่น ดนตรี สินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักแสดง และกิจกรรมพบปะแฟนคลับ
เมื่อเรื่องเล่าท้องถิ่นได้รับความสนใจจากต่างประเทศ สถานที่ถ่ายทำ อาหาร และวัฒนธรรมไทยก็มีโอกาสได้รับการนำเสนอในวงกว้างมากขึ้น แต่การสร้างมูลค่าต่อเนื่องต้องอาศัยการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ถือสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และผู้จัดจำหน่าย
สำหรับอุตสาหกรรมผลิตคอนเทนต์ไทยในปี 2569 ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนจากผู้ผลิตรายการเพื่อส่งมอบตามสัญญา ไปสู่ผู้สร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ มีมาตรฐานระดับสากล และสามารถสร้างรายได้จากเนื้อหาในระยะยาว
