จากคลื่นสมองสู่การเคลื่อนไหวจริง
การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรกและผู้มีปัญหาการเคลื่อนไหวในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเหลือ แต่กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเจตนาของสมองกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ในเดือนเมษายน 2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความร่วมมือกับ OYMotion ผู้เชี่ยวชาญด้าน neurotechnology ระดับโลก เพื่อพัฒนา Neuro AI Tech ที่ใช้เทคโนโลยี Brain-Computer Interface หรือ BCI ในการควบคุมอุปกรณ์หรืออวัยวะเทียมผ่านเครือข่ายดิจิทัลของทรู
หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือการแปลความคิดให้เป็นคำสั่ง โดยระบบจะอ่านสัญญาณจากคลื่นสมองและเซ็นเซอร์กล้ามเนื้อ แปลผลด้วย AI แล้วส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ robotic หรือ prosthetic เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหว ซึ่งช่วยให้สมองเกิดการฝึกฝนซ้ำหรือ cognitive retraining และฟื้นตัวได้เร็วกว่าการกายภาพบำบัดแบบเดิม
ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของระบบสาธารณสุขไทย
การพัฒนา Neuro AI Tech ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เร่งด่วนสองประการของไทย ได้แก่ การขาดแคลนนักกายภาพบำบัดเฉพาะทาง และภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่สูง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความต่อเนื่องของการฟื้นฟู โดยเฉพาะในผู้ป่วยสโตรกและผู้ที่ต้องการฟื้นฟูแขนขา
เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประโยชน์ในสี่มิติหลัก มิติแรก ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น มีขวัญกำลังใจดีขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระมากขึ้น มิติที่สอง แพทย์และนักกายภาพบำบัดสามารถใช้ข้อมูลการทำงานของสมองเพื่อปรับแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ลดภาระงานกายภาพบำบัด routine และมุ่งเน้นการวินิจฉัยที่ซับซ้อนมากขึ้น มิติที่สาม โรงพยาบาลสามารถขยายบริการไปยังผู้ป่วยจำนวนมากได้ในระดับมหภาค และมิติที่สี่ ระบบสาธารณสุขไทยได้มาตรฐานใหม่สำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
การทดลองทางคลินิกและอนาคตของ NeuroTech ไทย
ปัจจุบัน Neuro AI Tech อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดลองกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพทางคลินิกในสภาพแวดล้อมจริง หากผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมาย การขยายผลไปยังโรงพยาบาลและเครือข่ายสาธารณสุขทั่วประเทศจะตามมา ซึ่งจะช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง NeuroTech ของภูมิภาค
ความร่วมมือระหว่าง telecom-tech อย่างทรูกับผู้เชี่ยวชาญด้าน neurotechnology อย่าง OYMotion สะท้อนว่าเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศกับการแพทย์กำลังเลือนหาย และการ rehabilitasi ในอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังคนเพียงอย่างเดียว แต่จะพึ่งพาความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล สัญญาณประสาท และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด
