มาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 ผ่านการรับรอง ISQua EEA 4 ปี สัญญาณว่าไทยไม่ใช่แค่ผู้ตามมาตรฐานโลก

มาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 ผ่านการรับรอง ISQua EEA 4 ปี สัญญาณว่าไทยไม่ใช่แค่ผู้ตามมาตรฐานโลก

มาตรฐานที่ถูกออกแบบมาสำหรับยุคดิจิทัลและความยั่งยืน

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อคณะกรรมการ International Society for Quality in Health Care – External Evaluation Association (ISQua EEA) มีมติรับรอง “มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 6” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 โดยมีผลการรับรองตั้งแต่มกราคม 2026 ถึงมกราคม 2030

การรับรองนี้ไม่ใช่แค่ตราประทับ แต่หมายความว่ามาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 ผ่านการประเมินจาก “ผู้ประเมินระดับโลก” แล้วว่าเทียบเท่ามาตรฐานสากล และสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลไทยได้อย่างมั่นใจ

จุดเปลี่ยนสำคัญ: ดิจิทัล, AI และความปลอดภัย 3 มิติ

จุดเน้นที่สำคัญของ HA ฉบับที่ 6 คือการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วย การขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิดความยั่งยืน และเน้นความปลอดภัยที่ครอบคลุมผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน พร้อมทั้งบูรณาการมิติจิตวิญญาณ การแพทย์แผนไทย และนวัตกรรมเช่น Telemedicine

นี่คือสัญญาณชัดเจนว่ามาตรฐานโรงพยาบาลไทยกำลังปรับตัวให้ทันกับบริบทสุขภาพโลก ไม่ใช่แค่ทำตามข้อกำหนดเดิมๆ แต่ตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ เช่น การ vieillissement ของสังคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อสุขภาพ

ผลกระทบต่อโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน

เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขคือการผลักดันให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป 100% ผ่านการรับรอง HA ภายในปี 2572 ขณะที่โรงพยาบาลชุมชนตั้งเป้าเพิ่มจาก 92% ในปี 2568 เป็น 100% ในปี 2572 ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลก็จะได้รับบริการที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับโรงพยาบาลในเมืองใหญ่

กรณีศึกษา: โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่เข้ารับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 การรับรองนี้ไม่ใช่แค่การต่ออายุ แต่เป็นการยืนยันว่าระบบบริการของโรงพยาบาลยังคงรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรฐานใหม่ที่เข้มข้นขึ้น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อผู้ป่วย

เมื่อโรงพยาบาลไทยใช้มาตรฐานที่ผ่านการรับรองจาก ISQua EEA ผู้ป่วยสามารถมั่นใจได้ว่ากระบวนการดูแลที่ได้รับไม่ใช่แค่ “ดีตามความรู้สึก” แต่ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก